หลายบริษัททำกิจกรรมบริจาคเป็นประจำ บางครั้งบริจาคเป็นเงิน บางครั้งเป็นสินค้าในสต็อกของกิจการ ความต่างของรูปแบบการบริจาคมีผลต่อวิธีบันทึกบัญชี เอกสารที่ต้องเก็บ และการพิจารณาเรื่อง VAT

บริจาคเงินกับบริจาคสินค้าไม่เหมือนกัน

ถ้าเป็นการบริจาคเงิน ประเด็นหลักมักไปอยู่ที่เอกสารรับบริจาคและเงื่อนไขทางภาษีเงินได้มากกว่า แต่ถ้าเป็นการบริจาคสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในสต็อกและมี VAT เข้ามาเกี่ยวข้อง ประเด็นฝั่ง VAT จะเด่นขึ้นทันที

เพราะการนำสินค้าออกจากกิจการไม่ได้มีผลแค่ต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย แต่ยังเกี่ยวกับวิธีรับรู้รายการและเอกสารสนับสนุนด้วย

สิ่งที่ควรเก็บให้ครบ

ไม่ว่าจะบริจาครูปแบบใด ควรเก็บหลักฐานการอนุมัติภายใน หลักฐานการส่งมอบ หรือใบรับจากหน่วยงานปลายทางให้ครบ เพื่อให้ทีมบัญชีบันทึกรายการได้ตรงกับความจริง

ถ้าเป็นการบริจาคสินค้า ควรระบุรายการสินค้า มูลค่า จำนวน และวันที่ส่งมอบอย่างชัด เพราะข้อมูลเหล่านี้เชื่อมกับการตัดสต็อกและการพิจารณาภาษี

  • เอกสารอนุมัติการบริจาค
  • หลักฐานการรับมอบหรือหนังสือรับรอง
  • รายละเอียดสินค้าและจำนวนที่ส่งมอบ
  • หลักฐานการขนส่งหรือการเบิกสินค้าออกจากคลัง

คุยกับบัญชีก่อนทำกิจกรรมจะช่วยอะไร

หลายบริษัทแจ้งบัญชีหลังจากบริจาคเสร็จแล้ว ทำให้ต้องตามเอกสารย้อนหลังหรือไม่แน่ใจว่าจะบันทึกรายการเดือนไหน ถ้าแจ้งก่อน ทีมบัญชีจะช่วยวางวิธีเก็บหลักฐานและบอกได้ว่ามีผลต่อ VAT หรือภาษีอื่นอย่างไร

ยิ่งถ้ากิจกรรมเกิดหลายครั้งต่อปี การมีฟอร์มภายในสำหรับบริจาคจะช่วยให้ทุกแผนกส่งข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน

สรุป

การบริจาคของบริษัทไม่ใช่เรื่องภาษีอย่างเดียว แต่เรื่องภาษีก็ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าในสต็อกหรือ VAT เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าจัดเอกสารและแจ้งบัญชีให้ทันตั้งแต่ต้น รายการบริจาคจะถูกบันทึกได้เรียบร้อยและตรวจสอบง่ายขึ้น