หลายกิจการกังวลว่าพอจด VAT แล้วลูกค้าจะรู้สึกว่าสินค้าแพงขึ้น หรือบริษัทต้องรับภาระ VAT เองจนกำไรหาย คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบเดียว เพราะขึ้นกับว่าเราตั้งราคาอย่างไร ลูกค้าเป็นใคร และต้นทุนของกิจการมี VAT ซื้ออยู่มากน้อยแค่ไหน
อย่ามองแค่บวก 7%
ถ้าบริษัทขายให้ลูกค้าที่คุ้นกับการรับใบกำกับภาษี การมี VAT อาจไม่ได้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าราคาแพงขึ้นเท่าที่คิด เพราะลูกค้าเองก็นำ VAT ไปบริหารต่อในระบบของเขาได้
แต่ถ้าลูกค้าเป็นผู้บริโภคทั่วไป คำถามสำคัญจะเปลี่ยนเป็น เราจะตั้งราคาขายอย่างไรให้รับกับตลาด และ margin เดิมยังอยู่ในระดับที่ธุรกิจรับได้หรือไม่
ต้นทุนที่มี VAT ซื้อมีผลต่อภาพรวม
บางธุรกิจมีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่มี VAT อยู่มาก เช่น วัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าบริการจาก supplier ในประเทศ ถ้ามองแต่ฝั่งภาษีขายโดยไม่ดูภาษีซื้อ ก็จะเห็นภาพไม่ครบ
เพราะฉะนั้น คำถามที่ถูกต้องกว่าคือ หลังรวมทั้งภาษีขาย ภาษีซื้อ และราคาขายใหม่แล้ว โครงสร้างกำไรของเรายังดีอยู่หรือไม่
สิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจ
ควรลองจำลอง 2-3 แบบ เช่น แบบที่บวกราคาเพิ่ม แบบที่ absorb บางส่วน และแบบที่แยกราคาก่อน VAT ชัดเจน จากนั้นดูผลกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ถ้ามียอดขายจากทั้ง B2B และ B2C ปะปนกัน การวาง pricing strategy อาจต้องยืดหยุ่นกว่าที่คิด
- แยกประเภทลูกค้าให้ชัด
- ดูต้นทุนที่มี VAT ซื้อจริง
- จำลอง margin หลังปรับราคา
- คุยเรื่องเอกสารขายกับทีมบัญชีและฝ่ายขายพร้อมกัน
สรุป
จด VAT แล้วจะขาดทุนไหม ไม่ได้ขึ้นกับ VAT อย่างเดียว แต่ขึ้นกับวิธีตั้งราคา โครงสร้างลูกค้า และต้นทุนของธุรกิจ ถ้าประเมินจากตัวเลขจริงก่อน จะช่วยให้ตัดสินใจได้แบบมีข้อมูล ไม่ใช่กังวลจากตัวเลข 7% อย่างเดียว