ค่าใช้จ่ายทางบัญชีมีหน้าที่สะท้อนต้นทุนและผลการดำเนินงานของกิจการตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ส่วนค่าใช้จ่ายทางภาษีจะดูเพิ่มอีกชั้นว่ารายการนั้นเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายภาษีหรือไม่ จึงไม่น่าแปลกที่ตัวเลขกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีจะไม่เท่ากัน

ค่าใช้จ่ายทางบัญชีคืออะไร

ในทางบัญชี หากรายการเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการและมีหลักฐานเพียงพอ ก็มักสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสะท้อนผลประกอบการของงวดนั้นได้ เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ค่าการตลาด หรือค่าที่ปรึกษา

เป้าหมายของบัญชีคือทำให้เจ้าของเห็นภาพว่าธุรกิจใช้เงินไปกับอะไร และกำไรจากการดำเนินงานจริงเป็นอย่างไร

ค่าใช้จ่ายทางภาษีดูอะไรเพิ่มจากบัญชี

ภาษีจะพิจารณาต่อว่าค่าใช้จ่ายนั้นจำเป็น สมเหตุสมผล เกี่ยวข้องกับกิจการ และมีเอกสารครบหรือไม่ บางรายการแม้บันทึกบัญชีได้ แต่เมื่อถึงเวลาคำนวณภาษีนิติบุคคลอาจต้องบวกกลับทั้งหมดหรือบางส่วน

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานสมบูรณ์ รายจ่ายส่วนตัวของผู้บริหาร ค่าปรับบางประเภท หรือรายการที่กฎหมายให้สิทธิหักได้ตามเงื่อนไขเฉพาะเท่านั้น

ตัวอย่างรายการที่มักสับสน

เลี้ยงรับรองลูกค้า

อาจบันทึกบัญชีได้ แต่ฝั่งภาษีต้องดูเอกสารและความสมเหตุสมผลของกิจกรรมประกอบด้วย

ค่าใช้จ่ายปะปนส่วนตัว

จ่ายจริงและมีสลิปโอนอาจยังไม่พอ ถ้าไม่เกี่ยวกับกิจการก็มีโอกาสถูกตัดออกทางภาษี

รายจ่ายไม่มีชื่อบริษัท

ใช้เป็นข้อมูลประกอบทางบัญชีได้บางกรณี แต่ภาษีมักต้องการหลักฐานที่สมบูรณ์มากกว่า

ทำอย่างไรให้ปิดช่องโหว่เรื่องค่าใช้จ่าย

  • ให้ทุกฝ่ายรู้ว่าค่าใช้จ่ายที่ขอเบิกต้องมีหลักฐานแบบใด
  • แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากบริษัทตั้งแต่ต้นทาง
  • ทบทวนรายการเสี่ยงทุกเดือน ไม่รอปลายปี
  • สรุปรายการที่อาจต้องบวกกลับภาษีไว้ล่วงหน้า
  • ให้ทีมบัญชีเห็น statement และหลักฐานการจ่ายควบคู่กัน

สรุป

ค่าใช้จ่ายทางบัญชีกับภาษีไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป ธุรกิจที่เข้าใจความต่างนี้ตั้งแต่ต้น จะจัดเอกสารได้ถูกแบบ ลดการบวกกลับปลายปี และใช้ตัวเลขได้มั่นใจขึ้นทั้งในมุมบริหารและภาษี