หลายบริษัทไม่ได้มีปัญหาตอนยื่นภาษี แต่มีปัญหาตอนเตรียมข้อมูลไม่ทัน กว่าจะตามใบกำกับภาษี หลักฐานโอนเงิน และรายการเงินเดือนครบ ก็ใกล้วันครบกำหนดแล้ว บทความนี้จึงสรุปภาพรวม deadline ภาษีรายเดือนแบบที่เจ้าของกิจการใช้วางรอบเอกสารได้จริง

ภาษีรายเดือนที่บริษัทมักเจอ

ถ้าบริษัทจด VAT จะมีรอบยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือน ส่วนบริษัทที่มีการจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า ค่าจ้าง หรือเงินเดือน มักมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีเงินเดือนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ควรติดตามจึงไม่ใช่แค่วันยื่น แต่รวมถึงวันปิดรอบเอกสารภายในบริษัทด้วย เช่น วันสุดท้ายที่ฝ่ายขายต้องส่งยอด วันสุดท้ายที่ฝ่ายจัดซื้อส่งใบกำกับภาษี และวันที่ payroll ปิดเงินเดือน

ภาพรวมเดดไลน์ที่ควรรู้

ข้อมูลส่วนนี้ตรวจทานล่าสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 โดยอิงแนวทางจากกรมสรรพากร แต่วันครบกำหนดจริงอาจเลื่อนได้เมื่อชนวันหยุดราชการหรือมีประกาศเฉพาะช่วงเวลา จึงควรตรวจปฏิทินภาษีอากรของกรมสรรพากรทุกเดือนก่อนยื่นจริง

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.54

โดยหลักทั่วไปต้องยื่นและนำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้ หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตและเข้าเงื่อนไขการขยายเวลา จะขยายเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ภ.พ.30

ผู้ประกอบการจด VAT ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตและเข้าเงื่อนไขการขยายเวลา จะขยายเป็นภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป

ภ.พ.36 และแบบภาษีเฉพาะบางกรณี

ภ.พ.36 มักเกี่ยวกับการนำส่ง VAT แทนผู้ประกอบการต่างประเทศหรือกรณีพิเศษบางประเภท โดยหลักทั่วไปมีกำหนดภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเหตุที่เกี่ยวข้อง และหากยื่นออนไลน์ตามเงื่อนไขการขยายเวลาอาจเป็นภายใน 15 วัน

ในทางปฏิบัติ หลายสำนักงานบัญชีจึงตั้ง deadline ภายในเร็วกว่าวันยื่นจริง เพื่อเผื่อเวลาตรวจเลขที่ใบกำกับภาษี รายการจ่ายที่ต้องหักภาษี และการกระทบยอดธนาคาร

  • ยอดขายและเอกสารขาย ควรถูกสรุปและตรวจเบื้องต้นก่อนทีมบัญชีเริ่มคำนวณ VAT
  • เอกสารค่าใช้จ่ายและหลักฐานจ่ายเงิน ควรถูกส่งครบเป็นรอบ ไม่ควรทยอยปลายเดือนแบบกระจัดกระจาย
  • เงินเดือนและค่าจ้าง ควรถูกปิดรอบพร้อมข้อมูลพนักงานและรายการหักต่าง ๆ

จัด checklist รายเดือนอย่างไรให้ไม่วิ่งตามเอกสาร

ถ้าเจ้าของกิจการต้องการให้ภาษีรายเดือนนิ่งขึ้น ควรกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วน เช่น ฝ่ายขายดูยอดขาย ฝ่ายจัดซื้อดูใบกำกับภาษีซื้อ ฝ่ายการเงินดูหลักฐานรับจ่าย และผู้บริหารช่วยตอบรายการที่ไม่มีคำอธิบาย

เมื่อ checklist ชัด ทีมบัญชีจะไม่ต้องรอถามทีละรายการตอนใกล้กำหนด และเจ้าของกิจการก็เห็นภาษีที่ต้องจ่ายเร็วขึ้น ทำให้วางกระแสเงินสดได้ดีขึ้น

แหล่งข้อมูลที่ควรเช็กก่อนยื่นจริง

สรุป

เดดไลน์ยื่นภาษีรายเดือนของบริษัทควรถูกมองเป็นระบบงานทั้งเดือน ไม่ใช่งานวันยื่นอย่างเดียว หากวางรอบเอกสารและผู้รับผิดชอบชัด จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องยื่นช้า ตัวเลขคลาดเคลื่อน และความกังวลปลายเดือนของทั้งเจ้าของกิจการกับทีมบัญชี