หลายคนถามว่า ถ้ายังเลือกได้ ควรจด VAT หรือไม่จด VAT ดี คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกธุรกิจ เพราะเรื่องนี้ผูกกับทั้งยอดรายได้ ลักษณะลูกค้า ต้นทุนที่มี VAT ซื้อ และความพร้อมในการจัดเอกสาร
ความต่างในมุมลูกค้าและราคา
ถ้าลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป การจด VAT มักช่วยให้ธุรกรรมลื่นขึ้น เพราะคู่ค้าสามารถนำ VAT ไปบริหารต่อในระบบของเขาได้
แต่ถ้าลูกค้าหลักเป็นผู้บริโภคทั่วไป การบวก VAT อาจกระทบความรู้สึกราคา ดังนั้นเจ้าของกิจการควรดูทั้งตลาดและวิธีตั้งราคาควบคู่กัน
ความต่างในมุมภาษีและเอกสาร
กิจการที่จด VAT ต้องดูทั้งภาษีขายและภาษีซื้อทุกเดือน เอกสารซื้อขายต้องครบและส่งให้บัญชีเป็นรอบ ส่วนกิจการที่ยังไม่จด VAT ภาระเอกสารฝั่งนี้จะเบากว่า แต่ก็ไม่มีภาษีซื้อให้บริหารในระบบ VAT
ดังนั้น ถ้าธุรกิจมีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่มี VAT จำนวนมาก การไม่จดอาจไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป ต้องดูภาพรวมของกำไร โครงสร้างลูกค้า และภาระงานหลังบ้านด้วย
ก่อนตัดสินใจควรถามอะไร
คำถามหลักคือ ลูกค้าเราเป็นใคร ค่าใช้จ่ายของเรามี VAT เยอะหรือไม่ และทีมงานพร้อมจัดเอกสารรายเดือนแค่ไหน ถ้าไม่ตอบสามเรื่องนี้ การตัดสินใจเรื่อง VAT มักเป็นเพียงการเดา
นอกจากนี้ควรดูด้วยว่ายอดขายเริ่มเข้าใกล้เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือยัง เพราะถ้ารายได้โตเร็ว การวางระบบล่วงหน้าจะง่ายกว่าการแก้ทีหลัง
- ลูกค้าต้องการใบกำกับภาษีหรือไม่
- ธุรกิจมีภาษีซื้อจากต้นทุนหลักมากน้อยแค่ไหน
- มีทีมจัดเอกสารและกระทบยอดรายเดือนหรือยัง
- ยอดขายกำลังเข้าใกล้เกณฑ์ที่ต้องจดหรือไม่
สรุป
จด VAT กับไม่จด VAT ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกกิจการ แต่มีหลักคิดร่วมกันคือ ต้องมองทั้งลูกค้า ราคา ภาษีซื้อ ภาษีขาย และภาระงานเอกสารรายเดือน ถ้าประเมินจากข้อมูลจริงก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้เลือกสถานะ VAT ได้ตรงกับธุรกิจมากขึ้น